10 ความรู้ เพื่อการขับรถรับ’สงกรานต์’ให้ปลอดภัย

การขับรถรับ’สงกรานต์’ปลอดภัย สงกรานต์นี้ ความสนุกยังคงอยู่ แม้จะมีข่าวร้ายให้ได้ยินก่อนเข้าเทศกาล อย่างไรก็ตาม รายงานคนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุยังคงมีอยู่ เปิดโลกยนตรกรรม ขอนำความรู้ที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัยสำหรับการเดินทาง โดยเน้นความรู้ที่แท้จริง ถูกต้อง จากศูนย์อบรมขับขี่ปลอดภัย aDTC มาเผยแพร่

ปัญหาคนป่วยต้องแก้ด้วยหมอ ปัญหาปลูกข้าวเลี้ยงปลาไม่เติบโตต้องว่าด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร สำหรับปัญหาเรื่องอุบัติเหตุต้องแก้ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ วนัฐสุข สงวนศิริ วิทยากรของศูนย์อบรมขับขี่ปลอดภัย หนึ่งในมืออาชีพเรื่องการขับรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เปิดเผยเคล็ดลับการขับขี่ปลอดภัยกับเปิดโลกยนตรกรรม
สาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากท้องถนนมีปัญหามาจาก 3 ส่วน คือ 1.ความผิดพลาดของมนุษย์ 2.ปัญหาจากตัวถนน และรถ 3.เหตุจากภัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พายุ ฝนตกฟ้าร้อง ดังนั้นต้นเหตุของการเกิดที่แท้จริง คือ ความรู้ของคนขับเพื่อทำให้ พฤติกรรมคนขับลดความเสี่ยงลง 10 ความรู้เพื่อคนขับรถ สามารถนำไปใช้ได้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่
1.เว้นระยะห่างจากคันหน้า เครื่องมือเดียวที่สามารถป้องกันการชนท้ายรถคันหน้าได้ คือ การเว้นระยะห่างจากคันหน้าในระยะที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่าง 3-4 วินาทีเป็นอย่างน้อย ซึ่งจะทำให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการเบรก วิธีการเว้นระยะห่างเพียงอย่างเดียวที่จะสามารถป้องกันอุบัติเหตุชนท้ายคันหน้าให้เว้นประมาณ 60/100 หมายความว่า ขับความเร็ว 100 กิโลเมตร ก็เว้นห่างคันหน้าประมาณ 60 เมตร ถ้าขับ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เว้นระยะห่างประมาณ 40 เมตร กะๆ ระยะก็พอ ไม่ต้องลงรถลากสายวัด
2.มีเวลาเห็นพอ สำหรับมนุษย์นั้น ระยะการมองไกลไปข้างหน้าโดยธรรมชาติแล้วเพียง 10 เมตรเท่านั้นเอง การมองเห็นไกลๆ นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะอุบัติเหตุที่ชนท้ายรถจอดเสียข้างทางหรือชนท้ายรถบรรทุกในยามค่ำคืนก็เกิดจากการที่มองไม่เห็นแต่เนิ่นๆ นั่นเอง คนขับจ้อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมองหรือการใช้สายตา ให้สอดคล้องกับความเร็วของรถ จะได้มีเวลาเห็นเพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เรียกว่า มองไกลให้เห็นไกล
3.รู้จักรถ การควบคุมรถเปรียบเสมือนลูกไก่ในกำมือ แต่รถจะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ขับขี่ ต้องรู้จักรถ กำลังของรถ รู้จักข้อจำกัด เช่น จุดบอด และพื้นที่บอด ซึ่งจะทำให้เราเสี่ยงน้อยลง

4.อยู่ห่างจากรถคันอื่น การขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุด คือ การอยู่ห่างๆ รถคันอื่นๆ อยู่คนเดียวมีโอกาสปลอดภัย แต่ในการเดินทางจริง ถนนไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญเมื่อจะใกล้ถึงรถคันอื่นๆ ให้พยายามลดความเร็วลง เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น การควบคุมรถในขณะรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ย่อมมีความมั่นใจกว่าการคุมรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง

5.ปรับเปลี่ยนความเร็วตามสภาพแวดล้อม การปรับเปลี่ยนความเร็วให้สอดคล้องกับสภาวะคือกุญแจสำคัญนำไปสู่ความปลอดภัยช่วงสงกรานต์อย่างแท้จริง เช่น ขับผ่านสะพานแคบ ต้องลดความเร็ว เพราะมีพื้นที่ปลอดภัยน้อย ไม่ขับรถช้ากว่ารถอื่นๆ เมื่ออยู่เลนขวาสุด แซงแล้วชิดซ้าย เป็นต้น
6.ขับกลางคืน อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น นั่นคือ “ความมืด” ความมืดจำกัดระยะการมองเห็นไปข้างหน้า ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุคือความเร็วและระยะไฟส่องสว่างไม่สัมพันธ์กัน
สมมุติว่าความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ไฟต่ำ ซึ่งมีระยะส่องสว่างไกลไปข้างหน้าไม่เกิน 60 เมตร เท่ากับว่า หากมีอุปสรรคข้างหน้า ความเร็วขนาดนั้นมีโอกาสจะเบรกไม่หยุด หรือรถสูญเสียการทรงตัว ในทางกลับกันถ้าใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดินทางเวลากลางวันก็หมายความว่า แสงสว่างของกลางวันทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นไกลจนสุดการมองเห็นของตา การเดินทางกลางวันช่วยให้มองเห็นไหล่ทางหรือจุดอันตรายต่างๆ ข้างทาง เห็นข้อจำกัดของพื้นที่ความปลอดภัย (Road clear zone) โดยสรุปการเดินทางกลางวันมีความปลอดภัยกว่ากลางคืน เพราะมองเห็นได้ดีกว่า
7.รู้ทันการหลับใน อาการหลับใน เกิดเพราะคนขับพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นควรนอนพักผ่อนให้หลับสนิทประมาณ 7-8 ชั่วโมง เลือกเดินทางกลางวัน ปรับพฤติกรรมการขับตามสภาวะ “เขาเร็วเราก็เร็ว เขาช้าเราก็ช้า” แต่ต้องมีคำตอบว่า ทุกๆ พฤติกรรมที่เราปฏิบัติต้องนำมาซึ่งความปลอดภัยและลดความเสี่ยง
8.รู้จักตัวนำนักขับ อุบัติเหตุที่เกิดจากคนขับไม่คุ้นทางมันมีมานับสิบๆ ปี และการแก้ไขเพื่อเป็นแนวทางให้ปลอดภัยก็มีมากขึ้นแล้วยกตัวอย่างเช่น บรรดาพวกป้ายเตือนข้างทาง เส้นทึบเส้นประที่มีตลอดเส้นทาง พวกนั้นคือตัวนำนักขับที่จะพาให้นักขับปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ นักขับรถควรจะรู้ว่า พวกป้ายเตือนต่างๆ คือตัวนำนักขับ (Driver Guides) เมื่อเชื่อตัวนำนักขับตลอดเส้นทางโอกาสเกิดอุบัติเหตุแทบจะเหลือศูนย์ ในโลกนี้มีคนขับรถจำนวนมากไม่รู้ว่า ป้ายเตือนต่างๆ คือตัวนำนักขับ เพราะหลายคนเห็นป้ายเตือนก็เพิกเฉยฝ่าฝืนไม่เชื่อ การฝ่าฝืนมีให้เห็นทั้งบนเขา ในป่า หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ คุณเป็นหนึ่งในผู้ฝ่าฝืนหรือไม่

9.รู้จักให้และยอม การยอมแพ้มีความสำคัญกับการขับขี่รถยนต์อย่างมาก ลูกผู้ชายต้องแพ้เป็น จึงจะมีโอกาสชนะในภายหลัง เพราะรู้จักรักในตัวตนของตนเอง นอกจากจะได้ความปลอดภัย ไม่ต้องจอดซ่อมสีซ่อมตัวถังเป็นความสุดยอดของผู้ขับขี่
10.มีจิตสำนึกความปลอดภัย บางคนคิดว่าจะพักผ่อนทำไม เพราะร่างกายยังไม่เคยเหนื่อยล้า ขับมา 20 ปี โดยนอนหลับวันละเพียง 4 ชั่วโมง ก็ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ถ้าง่วงดื่มกาแฟก็ได้ จะสวมหมวกนิรภัยทำไม เพราะขับมาหลายปีก็ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ จะขับช้าทำไม ขับเร็วมา 40 ปีแล้วไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ สิ่งเหล่านี้แสดงว่า ลืมจิตสำนึกของความปลอดภัยไป เพราะการขับอย่างปลอดภัยไม่ได้บอกว่า “ขับช้าปลอดภัยกว่าขับเร็ว” การเริ่มขับหรือขับมานาน จะปลอดภัย แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งคือ ขับอย่างไรไม่ให้มีความเสี่ยง

 

20 views